โครงการ : “ สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืน”
| หน้าหลัก | ผลประโยชน์ชาติ | ทรัพยากร | สิ่งแวดล้อม | ท่องเที่ยว | ขนส่ง | กฎหมาย | ฐานข้อมูล | กิจกรรม | หน่วยงาน | มุมแลกเปลี่ยน | เกี่ยวกับโครงการ |

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปัญหาในปัจจุบันของพาณิชยนาวีไทย
ปัญหาด้านท่าเรือ

                         ในชายฝั่งทะเลไทยทั้งด้านอ่าวไทยและอันดามัน มีท่าเรือถึง 443 ท่า ประกอบด้วยท่าเรือสินค้าทั้งระหว่างประเทศและชายฝั่ง ท่าเรือประมง และท่าเรือโดยสาร ท่าเรือเหล่านี้มีทั้งท่าเรือของรัฐและท่าเรือเอกชน อย่างไรก็ตามหน่วยงานที่เป็นเจ้าของท่าเรือส่วนใหญ่ไม่มีความรู้เรื่องการบริหารและจัดการท่าเรือ เช่น กรมธนรักษ์ การนิคมอุตสาหกรรม และที่สำคัญที่สุดขาดหน่วยงานกลางที่ทำหน้าที่ในการจัดการ ดูแล กำหนดนโยบาย วางแผน และควบคุมท่าเรือทั้งหมดในภาพรวม           แม้ว่าจะมีการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่ก็ดูแลรับผิดชอบเฉพาะท่าเรือที่เป็นเจ้าของเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้น ได้แก่ ท่าเรือกรุงเทพ ท่าเรือแหลมฉบัง ท่าเรือเชียงแสน ท่าเรือเชียงของ และท่าเรือระนอง(ที่มา : การท่าเรือแห่งประเทศไทย. 2550. ท่าเรือในความรับผิดชอบ. แหล่งที่มา : http://www.port.co.th, 6 กันยายน 2550.)

ปัญหาด้านกองเรือ

กองเรือไทยมีสัดส่วนในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศโดยเฉลี่ยเพียงร้อยละ 2.8 ในขณะที่กองเรือต่างประเทศมีสัดส่วนในการขนส่งสินค้าโดยเฉลี่ยถึง 97.2 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ปริมาณการค้าทางทะเลของไทยเพิ่มสูงขึ้น กองเรือไทยกลับมีสัดส่วนในการขนส่งสินค้าน้อยลง ทั้งนี้เพราะในรอบ 20ปีที่ผ่านมากองเรือไทยไม่ได้มีขนาดและจำนวนเพิ่มขึ้น

รูปที่ 3-29 กองเรือเดินสมุทรที่ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศของไทย จำแนกตามประเภทกองเรือ

     เจ้าของเรือไทยมีส่วนแบ่งในค่าขนส่งน้อยมาก ทั้งนี้เพราะผู้นำเข้าและส่งออกของไทยนิยมซื้อสินค้าด้วยเงื่อนไข CIF และขายสินค้าด้วยเงื่อนไข FOB( ที่มา : ในปี 1936 สภาหอการค้านานาชาติ (International Chamber of Commerce/ICC) ได้จัดทำ “หลักปฏิบัติสำหรับตีความข้อตกลงทางการค้า” หรือ INCOTERM ขึ้น เพื่อเป็นข้อตกลงมาตรฐานเพื่อใช้ในการซื้อขายระหว่างประเทศ INCOTERM แต่ละข้อจะระบุหน้าที่ การรับภาระค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงภัยในกรณีสินค้าเสียหาย/สูญหายของผู้ซื้อและผู้ขายไว้อย่างชัดเจน INCOTERM ประกอบด้วยข้อตกลง 13 ข้อ FOB และ CIF นับเป็น INCOTERM ที่มีผู้นิยมใช้กันมาที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศโลกที่ 3ซึ่งมีสาระโดยสังเขปดังนี้

  • FOB (Free on Board) ภายใต้ข้อตกลงนี้ผู้ขายจะส่งมอบสินค้า ณ ท่าเรือที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขาย และภาระความเสี่ยงในการที่สินค้าสูญหาย/เสียหายจะโอนจากผู้ขายไปเป็นของผู้ซื้อ เมื่อสินค้าได้ผ่านกราบเรือ ณ ท่าเรือที่ทำการบรรทุกสินค้าลงเรือ
  • CIF (Cost Insurance and Freight) “ผู้ขายจะต้องจัดหาพาหนะ ชำระค่าระวางในการขนส่งสินค้าไปยังปลายทาง ทำประกันภัยทางทะเลเพื่อคุ้มครองความเสี่ยงในกรณีที่สินค้าเสียหาย/สูญหายระหว่างการขนส่งให้แก่ผู้ซื้อ โดยผู้ขายเป็นผู้ทำสัญญากับบริษัทประกันภัย และเป็นผู้ชำระค่าเบี้ยประกันภัย ขาย และภาระความเสี่ยงในการที่สินค้าสูญหาย/เสียหายจะโอนจากผู้ขายไปเป็นของผู้ซื้อ เมื่อสินค้าได้ผ่านกราบเรือ ณ ท่าเรือที่ทำการบรรทุกสินค้าลงเรือ)

ทำให้ผู้ขายและผู้ซื้อในต่างประเทศเป็นผู้เลือกผู้ขนส่งและทำประกันภัยทางทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เลือกผู้ประกอบการในประเทศของตน

ปัญหาด้านอู่เรื

     กล่าวคืออุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือแม้จะถูกกำหนดให้เป็นส่วนหนึ่งของกิจการพาณิชยนาวี แต่ก็มีลักษณะที่แตกต่างจากกิจการพาณิชยนาวีอื่นๆ กล่าวคือ ในขณะที่การขนส่งทางทะเล หรือท่าเรือเป็นกิจกรรมให้บริการ การต่อเรือและซ่อมเรือเป็นกิจกรรมด้านการผลิต อุตสาหกรรมต่อเรือและซ่อมเรือมีมูลค่าน้อยมาก คิดเป็น 0.048 เปอร์เซ็นต์ของ GDPภาคอุตสาหกรรม(ที่มา : สำนักงานสถิติ. มปป. รายงานสำรวจอุตสาหกรรมการผลิตปี 2546 ทั่วราชอาณาจักร. สำนักงานคณะกรรมการสถิติแห่งชาติกรุงเทพฯ) เท่านั้น อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้เป็นการสนับสนุนกองเรือไทย ก่อให้เกิดการจ้างงาน และเกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมอื่นๆ มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นกิจกรรมที่มีการลงทุนสูง ผลตอบแทนต่ำ และระยะเวลาคืนทุนนาน ประกอบกับมีตลาดแข่งขันสูงในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ และต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานรัฐบาลด้านเงินทุนและการแข่งขันทางตลาด แต่ในทางกลับกัน อุตสาหกรรมต่อเรือของไทยได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐบาลน้อยมาก ทำให้มีขีดความสามารถในการต่อเรือขนาดเล็กกว่า 500 ตันกรอส มีจำกัด และไม่สามารถแข่งกับตลาดโลกได้

 

| หน้าหลัก | ผลประโยชน์ชาติ | ทรัพยากร | สิ่งแวดล้อม | ท่องเที่ยว | ขนส่ง | กฎหมาย | ฐานข้อมูล | กิจกรรม | หน่วยงาน | มุมแลกเปลี่ยน | เกี่ยวกับโครงการ |

c/o สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารสถาบัน 3 ชั้น 9 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0 2218 8164 โทรสาร  0 2652 5066 กด 0 E-mail: thaisea_mp@yahoo.com