โครงการ : “ สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืน”
| หน้าหลัก | ผลประโยชน์ชาติ | ทรัพยากร | สิ่งแวดล้อม | ท่องเที่ยว | ขนส่ง | กฎหมาย | ฐานข้อมูล | กิจกรรม | หน่วยงาน | มุมแลกเปลี่ยน | เกี่ยวกับโครงการ |

 

 

 

 

 
 
     สถานการณ์การขนส่งในปัจจุบันฯ
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

องค์ประกอบในการขนส่งทางทะเลในรายงานนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

  • ท่าเรือ  ประกอบด้วยท่าเรือสินค้า ท่าเรือประมง และท่าเรือโดยสาร/ท่าเรือท่องเที่ยว
  • เรือ ประกอบด้วย เรือค้าระหว่างประเทศ หมายถึง เรือที่ขนส่งสินค้านำเข้าและส่งออกของประเทศ และเรือค้าชายฝั่ง หมายถึง เรือที่ขนส่งสินค้าในประเทศ
  • สินค้า ประกอบด้วยสินค้าที่ขนส่งโดยเรือค้าระหว่างประเทศ หรือสินค้านำเข้าและสินค้าส่งออก และสินค้าที่ขนส่งโดยเรือค้าชายฝั่ง หรือสินค้าในประเทศ

ท่าเรือ
ตลอดชายฝั่งทะเลของไทยทั้งอ่าวไทยและอันดามัน มีท่าเรือสินค้า ท่าเรือประมง และท่าเรือโดยสาร/ท่าเรือท่องเที่ยว ตั้งอยู่ถึง 443 ท่า ท่าเรือที่ตั้งอยู่ในอ่าวไทยฝั่งตะวันออกมีจำนวน 112 ท่า อ่าวไทยตอนใน 86 ท่า อ่าวไทยฝั่งตะวันตก 120 ท่า และทะเลอันดามัน 125 ท่า รูปที่ 3-14 แสดงให้เห็นว่าหากจำแนกท่าเรือตามประเภทการให้บริการจะเห็นว่าท่าเรือเหล่านี้ประกอบด้วยท่าเรือสินค้า 147 ท่า ท่าเรือประมง 222 ท่า และท่าเรือโดยสาร รวม 74 ท่า

ท่าเรือในอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

     อ่าวไทยฝั่งตะวันออก    ประกอบด้วย    จังหวัดตราด จันทบุรี ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีท่าเรือทั้งสิ้นรวม 112 ท่า ประกอบด้วยท่าเรือสินค้า 39 ท่า ท่าเรือประมง 57 ท่า และท่าเรือโดยสาร 16 ท่า
ท่าเรือที่สำคัญในอ่าวไทยฝั่งตะวันออกมี 2 ท่า ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบัง ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี เป็นท่าเรือหลักของประเทศในด้านตู้สินค้าและสินค้าเทกอง ท่าเรือแหลมฉบังเป็นท่าเรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ท่าเรือที่สำคัญอีกแห่ง คือ ท่าเรือมาบตาพุด ในจังหวัดระยอง เป็นท่าเรือหลักในด้านสินค้าเทกอง (Bulk Cargo) ทั้งสินค้าเหลว ได้แก่ น้ำมันและสารเคมี และสินค้าเทกองแห้ง ได้แก่ ถ่านหิน

ท่าเรือในอ่าวไทยตอนใน

     อ่าวไทยตอนใน    ประกอบด้วย    จังหวัดกรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม อ่าวไทยตอนในมีท่าเรือ 86 ท่า ท่าเรือส่วนใหญ่เป็นท่าเรือสินค้า
ท่าเรือในอ่าวไทยตอนในมีลักษณะเป็นท่าเรือในแม่น้ำ ซึ่งแม่น้ำสายสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา ท่าเรือที่สำคัญที่สุดที่ตั้งอยู่บนแม่น้ำเจ้าพระยาคือ ท่าเรือกรุงเทพ ซึ่งเป็นท่าเรือหลักแห่งแรกของประเทศไทย โดยตั้งมากว่า 50 ปี ท่าเรือกรุงเทพเป็นท่าเรืออีกแห่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของการท่าเรือแห่งประเทศไทย ปัจจุบันท่าเรือกรุงเทพเป็นท่าเรือตู้สินค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ นอกจากท่าเรือกรุงเทพแล้วยังมีท่าเรือสาธารณะ 5 แห่ง ที่ให้บริการบรรทุกขนถ่ายตู้สินค้า ท่าเรืออื่นๆ เป็นท่าเรือสินค้าทั่วไปซึ่งส่วนใหญ่ให้บริการแก่ธุรกิจหรือกลุ่มธุรกิจของตนเอง

ท่าเรือในอ่าวไทยตะวันตก

     ชายฝั่งในภาคตะวันตกของอ่าวไทย     นับเป็นชายฝั่งที่ยาวที่สุดของประเทศ มีจังหวัดที่ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งถึง 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส มีท่าเรืออยู่ 120 ท่า ประกอบด้วยท่าเรือประมง 76 ท่า ท่าเรือสินค้า 34 ท่า และท่าเรือโดยสาร 10 ท่า
ท่าเรือที่สำคัญในอ่าวไทยฝั่งตะวันตก คือ ท่าเรือสงขลา ตั้งอยู่ในทะเลสาบสงขลา เป็นท่าเรือสินค้าทั่วไปและสินค้าห้องเย็น

ท่าเรือในชายฝั่งทะเลอันดามัน

     จังหวัดที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลอันดามัน ประกอบด้วย ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล มีท่าเรือตั้งอยู่ตามจังหวัดต่างๆ 125 ท่า ส่วนใหญ่เป็นท่าเรือประมง คือ 77 ท่า ท่าเรือสินค้า 11 ท่า เป็นชายฝั่งที่มีท่าเรือโดยสารตั้งอยู่มากที่สุดคือ 37ท่า

ปริมาณเรือที่ขนส่งในทะเลของไทย

การวิเคราะห์ปริมาณเรือที่ขนส่งในทะเลไทยแบ่งตามประเภทเรือเป็น 2 ประเภท คือ เรือค้าระหว่างประเทศและเรือค้าชายฝั่ง      โดยอาศัยข้อมูลจากรายงานการสำรวจสถิติการขนส่งทางน้ำบริเวณเมืองท่าชายทะเล งานด่านศุลกากร ตั้งแต่ปี 2540–2546 ซึ่งรวบรวมปริมาณเรือที่เข้า–ออกด่านศุลกากรในจังหวัดชายทะเล 18 จังหวัด และด่านศุลกากร 22 ด่าน
ภาพรวมกองเรือพาณิชย์ที่ขนส่งสินค้าในทะเลไทย

     จำนวนเรือที่ขนส่งสินค้าในชายฝั่งทะเลของไทยเปลี่ยนแปลงไม่มากนักกล่าวคือ โดยเฉลี่ยปีละ 9 หมื่นลำต่อปี เป็นเรือค้าระหว่างประเทศประมาณปีละ 6 หมื่นลำ คิดเป็น 67 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเรือทั้งหมดที่ขนส่งสินค้าในน่านน้ำไทย และเรือค้าชายฝั่งประมาณปีละ 3 หมื่นลำ คิดเป็น 33 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเรือทั้งหมด

ปริมาณเรือที่ขนส่งสินค้าในทะเลของประเทศไทยในปี 2540–2546

ระวางเรือที่ขนส่งสินค้าในทะเลของประเทศไทย ปี 2540–2546

     ระวางบรรทุกรวมของเรือที่ขนส่งสินค้าในทะเลของประเทศไทยโดยเฉลี่ยปีละ 159 ล้าน N.R.T. เป็นเรือค้าระหว่างประเทศปีละ 136 ล้าน N.R.T. คิดเป็นร้อยละ 89 ของระวางเรือทั้งหมดมีข้อสังเกตว่าในระหว่างปี 2540–2545 ระวางบรรทุกของเรือค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กล่าวคือ 109,765,939 ล้าน N.R.T. ในปี 2540 เพิ่มขึ้นเป็น 177,674,716 ล้าน N.R.T. ในปี 2545 แต่ในปี 2546 กลับลดลงเหลือ 136,871,232 ล้าน N.R.T. สำหรับเรือค้าชายฝั่งระหว่างปี 2540–2546 ระวางบรรทุกมีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก กล่าวคือ เรือค้าชายฝั่งเฉลี่ยปีละ 17 ล้าน N.R.T. คิดเป็นร้อยละ 11 ของปริมาณเรือทั้งหมด เมื่อพิจารณาปริมาณเรือตามชายฝั่งทะเลพบว่าอ่าวไทยฝั่งตะวันออกเป็นบริเวณที่มีเรือเข้า–ออกมากที่สุด

รูปที่ 3-21 ปริมาณเรือที่ขนส่งสินค้าในทะเลไทย ปี 2540–2546 จำแนกตามชายฝั่งทะเล

รูปที่ 3-22 ปริมาณเรือค้าระหว่างประเทศที่ขนส่งสินค้าในทะเลของไทย ปี 2540–2546จำแนกตามชายฝั่งทะเล

ปริมาณเรือพาณิชย์ที่ขนส่งสินค้าชายฝั่งทะเลไทย

ปริมาณเรือในอ่าวไทยฝั่งตะวันออก

     อ่าวไทยฝั่งตะวันออก ประกอบด้วยจังหวัดเพียง 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตราด ระยอง จันทบุรี ชลบุรี และฉะเชิงเทรา  เป็นชายฝั่งที่มีปริมาณเรือผ่านเข้า–ออกเพื่อขนส่งสินค้าทั้งที่เป็นเรือค้าระหว่างประเทศและเรือค้าชายฝั่งมากที่สุด โดยเฉลี่ยปีละ 42,000 ลำ คิดเป็น 47 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณเรือที่ขนส่งในทะเลไทย และเป็นบริเวณที่ระวางบรรทุกของเรือสูงที่สุด คือ โดยเฉลี่ยปีละ 127 ล้าน N.R.T. ต่อปี คิดเป็นร้อยละ 81 ของปริมาณเรือทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าเรือที่เข้า–ออกในชายฝั่งทะเลด้านนี้ส่วนใหญ่เป็นเรือขนาดใหญ่กว่าชายฝั่งทะเลด้านอื่น 

ปริมาณเรือในอ่าวไทยตอนใน

     อ่าวไทยตอนในประกอบด้วยจังหวัดกรุงเทพฯ สมุทรปราการ สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ปริมาณเรือที่ขนส่งสินค้าในบริเวณอ่าวไทยตอนในมีน้อยมาก โดยเฉลี่ยปีละ 6,516 ลำ ระวางเรือรวมโดยเฉลี่ยปีละ 2.35 ล้าน N.R.T

ปริมาณเรือในอ่าวไทยฝั่งตะวันตก

      อ่าวไทยฝั่งตะวันตกนับเป็นชายฝั่งที่ยาวที่สุดของประเทศ เป็นที่ตั้งของจังหวัดชายทะเลถึง 8 จังหวัด ได้แก่ เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี และนราธิวาส ปริมาณเรือที่ขนส่งสินค้าในบริเวณนี้โดยเฉลี่ยปีละ 20,000 ลำ เป็นเรือค้าระหว่างประเทศ เฉลี่ยปีละ 13,000 ลำ เรือค้าชายฝั่ง 6,500 ลำ ระวางเฉลี่ยปีละ 18 ล้าน N.R.T. เป็นเรือค้าระหว่างประเทศโดยเฉลี่ยปีละ 14 ล้าน N.R.T. และเรือค้าชายฝั่งโดยเฉลี่ยปีละ 3.4 ล้าน N.R.T.

ปริมาณเรือในชายฝั่งอันดามัน

     ชายฝั่งอันดามันประกอบด้วยจังหวัด ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล เป็นชายฝั่งที่มีการขนส่งทางทะเลน้อยที่สุด กล่าวคือ มีเรือผ่านเข้า–ออกเพื่อขนส่งสินค้าโดยเฉลี่ยปีละ 9,000 ลำ ระวางรวมเฉลี่ยปีละ 8.6 ล้าน N.R.T.

 

ปริมาณสินค้าที่ขนส่งในทะเลของไทย
     สินค้าที่ขนส่งในทะเลไทยประกอบด้วยสินค้าที่ขนส่งโดยเรือค้าระหว่างประเทศ หรือสินค้านำเข้าและสินค้าส่งออก และสินค้าที่ขนส่งโดยเรือค้าชายฝั่ง หรือสินค้าในประเทศ เช่นเดียวกับปริมาณเรือ ข้อมูลปริมาณสินค้าที่นำมาวิเคราะห์นำมาจากรายงานการสำรวจสถิติการขนส่งทางน้ำบริเวณเมืองท่าชายทะเล งานด่านศุลกากร ตั้งแต่ปี 2540–2546 ซึ่งรวบรวมโดยกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชยนาวี

ภาพรวมปริมาณสินค้าที่ขนส่งในทะเลของไทย

     ชายฝั่งทะเลที่ปริมาณการขนส่งสูงที่สุดคือ อ่าวไทยฝั่งตะวันออก มีปริมาณสินค้าที่ขนส่งคิดเป็น 74 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณสินค้าทั้งหมด รองลงมาได้แก่ อ่าวไทยตอนใน คิดเป็น 12 เปอร์เซ็นต์อันดับ 3 ได้แก่ อ่าวไทยฝั่งตะวันตก คิดเป็น 11 เปอร์เซ็นต์และชายฝั่งทะเลที่มีปริมาณการขนส่งต่ำที่สุด คือ อันดามันมีปริมาณสินค้าที่ขนส่งเพียง 3 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณสินค้าทั้งหมด (รูปที่ 3-23)

รูปที่ 3-23 สัดส่วนปริมาณสินค้าที่ขนส่งในทะเลไทย จำแนกตามชายฝั่งทะเล

     ปริมาณสินค้าที่ขนส่งโดยเรือค้าชายฝั่งมีปริมาณน้อยกว่าเรือค้าต่างประเทศประมาณ 3 เท่า โดยเฉลี่ยปีละ 21.8 ล้านตัน โดยมีปริมาณการขนส่งสินค้าขาเข้าน้อยกว่าขาออก กล่าวคือ ขาเข้าโดยเฉลี่ยปีละ 7.7 ล้านตัน และขาออกโดยเฉลี่ยปีละ 14 ล้านตัน ปริมาณของการขนส่งสินค้าโดยเรือค้าชายฝั่ง ไม่มีการเติบโตที่แน่นอน เช่น ปี 2540 – 2541 ปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น คือ 11 และ 12 ล้านตัน ตามลำดับ ในปี 2542 เพิ่มขึ้นเป็น 26.5 ล้านตัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้านี้กว่าเท่าตัว แต่อย่างไรก็ตามใน 2 ปีถัด คือ ปี 2543 และ 2544 ปริมาณการขนส่งลดลงเหลือ 24 และ 22 ล้านตัน ตามลำดับ และกลับเพิ่มขึ้นอีกครั้งใน ปี 2545 เป็น 28 ล้านตัน และลดลงเหลือ 27 ล้านตัน ในปีถัด ดังตารางที่ 3-15

ภาพรวมประเภทสินค้าหลักที่ขนส่งในทะเลไทย

     สินค้าหลักที่ขนส่งในทะเลไทยทั้งโดยเรือค้าต่างประเทศและเรือค้าชายฝั่ง มี 2 ประเภท คือ น้ำมัน และสินค้าทั่วไป (สินค้าเบ็ดเตล็ด) นอกจากนี้เป็นสินค้าอื่นๆ ได้แก่ สิ่งมีชีวิต ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ยางพารา ไม้ น้ำตาล โลหะภัณฑ์ ปุ๋ย วัสดุก่อสร้าง เหล็ก เป็นต้น

รูปที่ 3-24 สินค้าหลักที่ขนส่งในทะเลไทยโดยเรือค้าต่างประเทศ ปี 2540–2546

     รูปที่ 3-25 แสดงให้เห็นสัดส่วนสินค้าหลักที่ขนส่งในทะเลไทยโดยเรือค้าชายฝั่งระหว่างปี 2540–2546 ซึ่งมีปริมาณรวมโดยเฉลี่ยปีละ 21 ล้านตัน เช่นเดียวกับการขนส่งโดยเรือค้าต่างประเทศ สินค้าที่มีปริมาณขนส่งโดยเรือค้าชายฝั่งสูงที่สุด คือ น้ำมัน รองลงมาได้แก่ สินค้าอื่นๆ และอันดับ 3 ได้แก่ สินค้าทั่วไป

รูปที่ 3-25 สินค้าหลักที่ขนส่งในทะเลไทยโดยเรือค้าชายฝั่ง ปี 2540–2546

 

 

| หน้าหลัก | ผลประโยชน์ชาติ | ทรัพยากร | สิ่งแวดล้อม | ท่องเที่ยว | ขนส่ง | กฎหมาย | ฐานข้อมูล | กิจกรรม | หน่วยงาน | มุมแลกเปลี่ยน | เกี่ยวกับโครงการ |

c/o สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารสถาบัน 3 ชั้น 9 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0 2218 8164 โทรสาร  0 2652 5066 กด 0 E-mail: thaisea_mp@yahoo.com