โครงการ : “ สถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืน”
| หน้าหลัก | ผลประโยชน์ชาติ | ทรัพยากร | สิ่งแวดล้อม | ท่องเที่ยว | ขนส่ง | กฎหมาย | ฐานข้อมูล | กิจกรรม | หน่วยงาน | มุมแลกเปลี่ยน | เกี่ยวกับโครงการ |

การสัมมนา
เรื่อง “7.5 ล้านล้านบาทผลประโยชน์ชาติทางทะเล: วิกฤติหรือโอกาส”
วันจันทร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2550
ณ  ห้องประชุม 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

จัดโดย
คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดทำนโยบายระดับชาติเกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล
สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
 

  1. หลักการและเหตุผลของการจัดสัมมนา

          รัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สังคมที่มีเป้าหมายเพื่อ “สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกัน” โดยรัฐบาลตระหนักดีว่าการพัฒนาสังคมมีทุนทางสังคมที่กลุ่ม/เครือข่ายต่างๆ ทั้งภาคราชการ ภาควิชาการ ภาคธุรกิจ และภาคประชาชนดำเนินการอยู่แล้ว ภายใต้เงื่อนไขที่จำกัด รัฐบาลจักต้องคัดสรรประเด็นเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้เกิดเป็นรูปธรรม และสร้างกลไกเพื่อรองรับการพัฒนาสังคมในระยะต่อไป           ผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การขับเคลื่อนสังคม” เมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2550 ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้ข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายด้านสังคมจำนวน 27 ประเด็น ซึ่งหนึ่งในข้อเสนอดังกล่าวมีประเด็น การจัดทำนโยบายระดับชาติเกี่ยวกับผลประโยชน์ชาติทางทะเล  และรองนายกรัฐมนตรี นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม ประธานคณะกรรมการรวมพลังขับเคลื่อนสังคม จึงได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดทำนโยบายระดับชาติเกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลเพื่อเป็นกลไกในการประสานเร่งรัด และติดตามการทำงานร่วมกัน รวมถึงสื่อสารเรื่องผลประโยชน์ชาติทางทะเลไปสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
          คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดทำนโยบายระดับชาติเกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล ได้ประมวลองค์ความรู้และสถานการณ์ในภาพรวมของการใช้ทะเลของประเทศไทยในทุกมิติ จากรายงานวิจัย “โครงการสถานการณ์ปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตของประเทศไทยกับการใช้ทะเลอย่างยั่งยืน” ซึ่งสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ สถาบันการขนส่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรมประมง กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมอุทกศาสตร์ และสมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกันศึกษาโดยการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รวมทั้งได้มีการวิเคราะห์ระดมความคิดจากผู้เกี่ยวข้องเบื้องต้นแล้ว ทำให้มีประเด็นของการจัดการใช้ประโยชน์ทางทะเลอย่างครอบคลุมในทุกมิติสำหรับการขับเคลื่อนให้เห็นความสำคัญของการจัดทำนโยบายระดับชาติเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติทางทะเลของไทย
คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดทำนโยบายระดับชาติเกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล จึงได้ร่วมกับสกว. และสถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการสัมมนาเรื่อง  “7.5 ล้านล้านบาทผลประโยชน์ชาติทางทะเล: วิกฤติหรือโอกาส” โดยมีเป้าหมายเพื่อสอบทานความคิดและทำความเข้าใจในภาพรวมของผลประโยชน์ชาติทางทะเลจากมุมมองที่หลากหลาย รวมไปถึงสร้างเครือข่ายองค์ความรู้ด้านการจัดการผลประโยชน์ชาติทางทะเล
รวมทั้งกระตุ้นให้สาธารณชนทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญที่จะต้องมีการสร้างนโยบายเพื่อรักษาผลประโยชน์ชาติทางทะเลของคนไทย ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ จะได้รวบรวมข้อมูลที่ได้นำเสนอต่อคณะกรรมการรวมพลังขับเคลื่อนสังคม และผลักดันให้เกิดการพัฒนากลไกระดับชาติต่อไป

          2. ความสำคัญของผลประโยชน์ชาติทางทะเล

          ประเทศไทยมีอาณาเขตติดกับทะเลมีความยาวทั้งสิ้นกว่า 2,800 กิโลเมตร รวมมีพื้นที่ทางทะเลอยู่กว่า 320,000 ตารางกิโลเมตรหรือคิดเป็นมากกว่าร้อยละ 62 เมื่อเทียบกับพื้นที่เขตทางบก โดยมีทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งต่างๆ อยู่เป็นจำนวนมาก มีผู้คนที่อาศัยอยู่ตลอดแนวชายฝั่งทะเลถึง 24 จังหวัด ตามสถิติของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยปี 2548 มีประชากรถึงกว่า 19 ล้านคน ทั้งนี้ การใช้ทะเลของคนไทยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในพื้นที่เขตทางทะเลนี้เท่านั้น หากเรามีแนวทางที่ชัดเจนร่วมกันเรายังสามารถใช้ทะเลไปถึงเขตทะเลหลวงหรือน่านน้ำสากล เขตน่านน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน หรือแม้แต่เขตทะเลของประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่สามารถทำความตกลงกันได้อีกด้วย ทรัพยากรเหล่านี้จึงมีความสำคัญต่อประเทศไทยในระดับสูง
          ในขณะที่ทะเลมีความเกี่ยวข้องกับทุกคน และกิจกรรมการใช้ทะเลก็เกิดขึ้นในหลายมิติ หลายระดับ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงมีความสำคัญ ทั้งในแง่ที่เป็นทรัพยากร ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการประกอบอาชีพ เช่น การทำการประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การคมนาคมขนส่ง พานิชยนาวี การเดินเรือ การสื่อสาร พลังงาน ไปจนถึงการท่องเที่ยว ส่งผลต่อความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สิน และความมั่นคง-มั่งคั่งของทุกคนในประเทศ มีการประเมินว่า มูลค่าทรัพยากรของประเทศไทยที่ได้มาจากทะเลและการใช้ประโยชน์จากทะเลในแต่ละปีนั้นสูงกว่า 5.5 ล้านล้านบาท (พิพัฒน์ ตั้งสืบกุล, 2548)
อย่างไรก็ตาม ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่มีความหลากหลายเหล่านี้ก็มีข้อจำกัดในการใช้ที่แตกต่างกัน ได้แก่ ทรัพยากรบางชนิดก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ตามธรรมชาติซึ่งเรียกว่าทรัพยากรคืนรูป (Renewable Resources) แต่บางชนิดก็ไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ใหม่มีแต่ใช้แล้วหมดไปซึ่งเรียกว่าทรัพยากรไม่คืนรูป (Non-renewable Resources) ดังนั้น ในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม กล่าวคือ การที่สามารถรวมเอาปัจจัยต่างๆ ในด้าน คน ทุน องค์ความรู้ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และอื่นๆ นำมาใช้ร่วมกับความต้องการที่แท้จริงของชุมชนในภาพรวม
          นอกจากข้อจำกัดซึ่งเป็นปัญหาโดยตรงของตัวทรัพยากรแล้ว           การใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยยังมีปัญหาเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่สามารถแบ่งตามลักษณะของผู้ใช้ทรัพยากรได้ดังนี้
          1. ผู้ใช้ทรัพยากร ได้แก่ คนที่นำทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งไปใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งมีทั้งในระดับปัจเจกบุคคล ระดับกลุ่มคน ระดับภูมิภาค ไปจนระดับประเทศ โดยจะเป็นคนในท้องที่บริเวณชายฝั่งทะเล หรือคนอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในท้องที่ก็ตาม ปัญหาของผู้ใช้ทรัพยากร คือ ใช้แบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา ไม่ได้คำนึงถึงข้อจำกัดของตัวทรัพยากร จนบางครั้งทำให้สูญเสียโอกาสที่จะได้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า นอกจากนี้ผู้ใช้ทรัพยากรที่เป็นคนในท้องที่บริเวณชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่มักสูญเสียโอกาสที่จะเข้าใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในอาณาบริเวณของตน ซึ่งอาจเนื่องมาจากการไม่ได้รับทราบข่าวสาร หรือความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและวิทยาการในการนำเอาทรัพยากรไปใช้เพียงพอหรือเท่าเทียมกับผู้ประกอบกิจการจากภายนอก
          2. ผู้เกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ภาครัฐ ขาดวิสัยทัศน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งร่วมกัน ทำให้ไม่สามารถสร้างความร่วมมือในการบริหารจัดการแบบองค์รวมได้ทั้งในส่วนของนโยบายและองค์กร/หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการ นอกจากนี้เครื่องมือในการบริหารจัดการการใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของไทย เช่น บทบัญญัติของกฎหมาย บางส่วนเป็นแบบใช้เฉพาะเรื่องและมีแนวทางดำเนินงานแยกส่วนแตกต่างกัน บางส่วนซ้ำซ้อน และไม่มีความครอบคลุมพอที่เจ้าหน้าที่จะใช้บังคับปฏิบัติได้ บางส่วนล้าสมัยไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางทะเลในปัจจุบัน และกฎข้อบังคับในระดับภูมิภาค หรือระดับโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงไป
          ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญของปัญหาด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยที่กล่าวไปข้างต้นก็มาจากการที่ทรัพยากรมีอยู่อย่างจำกัด จากแต่เดิมที่เคยมีอยู่อย่างมากได้ลดลงทั้งปริมาณและคุณภาพ เกิดความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม ในขณะที่ผู้ใช้กลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นตามระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งทำให้รูปแบบของความต้องการใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งมีความหลากหลายและซับซ้อนเพิ่มมากขึ้นด้วย ท้ายที่สุดผลที่เกิดขึ้น คือ ประเทศไทยอาจจะไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลที่มีมูลค่ามหาศาลไว้ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ หากยังไม่มีการสร้างนโยบายหรือแผนการบริหารจัดการแบบบูรณาการที่จะทำให้การใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยเป็นไปอย่างเหมาะสม พอเพียงและยั่งยืน

          3. วัตถุประสงค์

                1. เพื่อทำความเข้าใจในภาพรวมของผลประโยชน์ของชาติทางทะเลจากมุมมองที่หลากหลาย
                     2. เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคธุรกิจ นักวิชาการ องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชนทั่วไปที่สนใจ และให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญและผลกระทบที่เกิดขึ้นหากไม่มีการจัดการ

    4. ผลที่คาดว่าจะได้รับ

          1. สาธารณชนรับรู้และร่วมขับเคลื่อนให้ผลประโยชน์ทางทะเลเป็นวาระแห่งชาติ
          2. ข้อคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำข้อเสนอนโยบายการจัดการใช้ประโยชน์ชาติทางทะเลให้ครอบคลุมในทุกมิติขึ้นอย่างรูปธรรม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการรวมพลังขับเคลื่อนสังคม

          5. กลุ่มเป้าหมาย

                    จำนวน 200 คน ประกอบด้วย สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน นักวิชาการ สถาบันการศึกษา และประชาชนทั่วไป

          6. หน่วยงานผู้รับผิดชอบ

               6.1องค์กรร่วมจัด

                    คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการจัดทำนโยบายระดับชาติเกี่ยวกับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

                    6.2 องค์กรรับผิดชอบดำเนินการ

                    สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสัมมนา คลิกที่นี่  

ดาวน์โหลดกำหนดการสัมมนา คลิกที่นี่   

ดาวน์โหลดเอกสารเผยแพร่การสัมมนา(เต็มรูปแบบ) คลิกที่นี่

 

| หน้าหลัก | ผลประโยชน์ชาติ | ทรัพยากร | สิ่งแวดล้อม | ท่องเที่ยว | ขนส่ง | กฎหมาย | ฐานข้อมูล | กิจกรรม | หน่วยงาน | มุมแลกเปลี่ยน | เกี่ยวกับโครงการ |

c/o สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาคารสถาบัน 3 ชั้น 9 ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์ 0 2218 8164 โทรสาร  0 2652 5066 กด 0 E-mail: thaisea_mp@yahoo.com